Monday, October 23

โซฟาอะเวย์

ความฝันที่พร่ามัว เลือนราง
ปลุกผมให้ตื่นจากการหลับไหล
ปล่อยสายตาให้ชินกับความมืด จนในความมืดเริ่มสลัวเลือน
เสียงรถจากถนนใหญ่แว่วมาสลับกับเสียงกรีดปีกของแมลงกลางคืน
ปลายฟ้ายังไม่เปิดยังคงถูกห่อคลุมด้วยม่านราตรีสีดำ
ผมเปิดวันหวั่นไหวด้วยบทกวีบางบทของกวีคนโปรด
พร้อมกาแฟดำหนึ่งแก้วและประโยคบางประโยคที่ผุดลอยขึ้นมาระหว่างนั้น
" ในความไกลห่าง ยังคงมีความคิดถึงและปรารถนาดี "
กลิ่นของความทรงจำถึงใครหลายคนลอยอวลกรุ่นอยู่ในอากาศ
กลิ่นจากมิตรภาพ กลิ่นจากรอยเวลา จะอยู่เป็นเพื่อนเพื่อรอรับแสงแรกแห่งตะวันพร้อมๆกัน




ปล.หายไปนานพักรักษาตัวจากอุบัติเหตุครับ แล้วพบกันครับ


Monday, October 9

เรื่องสนุก ประเพณีแข่งเรือ (ปลา)ว่ายทวนกระแส

Photobucket - Video and Image Hosting
เช้าวันอาทิตย์ของสัปดาห์บุญ
วันออกพรรษา วันพระใหญ่ ชาวบ้านร้านถิ่นต่างออกไปทำบุญ
เสียงคุณป้าเล่าตั้งแต่วันวาน ผู้คนหอบข้าวหอบแกงเข้าวัด
ศูนย์กลางของชุมชน บรรยากาศชนบทที่ต่างจากเมืองกรุง
มอไซด์ - จักรยาน ยังเป็นพาหนะยอดนิยม
วัยกลางคนก็สวมซิ่น แต่งตัวสวยงาม ผู้เฒ่าผู้แก่ มักมีผ้าสีขาวพาดบ่า
มีปิ่นโตบ้าง ขันข้าวบ้างวางหน้ารถหรือบางทีก็อุ้มเดินไปวัด
และมักจะมีดอกไม้ที่หาได้ง่ายๆตามบ้านมัดรวมไปด้วย
ดูจากหน้าตาของดอกไม้แล้ว น่าจะเก็บมาจากในบริเวณบ้าน
ความสนุกของวิถีคนริมน้ำ อะไรจะสนุกไปกว่าการแข่งเรือ
เรามักชอบขี่รถเลาะดูริมแม่น้ำ เพื่อดูผู้คน ดูปริมาณน้ำ และสูดกลิ่นไอเย็นจากแม่น้ำ
เป็นความสดชื่นที่ยากจะอธิบายเวลารถแล่นผ่านร่มไม้ใหญ่ ไอเย็นฉ่ำๆ

Photobucket - Video and Image Hosting

การแข่งเรือของวันนี้ ผู้คนทยอยกันมาตามริมฝั่งสองฟากของแม่น้ำ
หอบลูกหลานซ้อนท้ายกันมา เสื่อมั่ง ผ้าพลาสติกมั่ง ปูลาดกันที่ริมไม้ใหญ่
หม้อข้าวหม้อแกงที่เหลือมาจากงานบุญวางอยู่กลางวง
เด็กโตเที่ยวหาซื้อของกิน ลูกชิ้นปิ้ง น้ำหวาน เครป
ฝีพายเรือชุมนุมกันอยู่บ้างก็ซ้อมเตรียมตัว

Photobucket - Video and Image Hosting

วันนี้น้ำในแม่น้ำค่อนข้างมาก จุดปล่อยเรืออยู่กลางแม่น้ำบนทุ่นลอย
เสียงเครื่องไฟ พากย์อยู่ตลอดเวลา ขานชื่อเรือลำนั้นลำนี้
พายถูกจ้วงลงน้ำ ยกขึ้น พาย และงัด ตัวคนพายเอนไปข้างหน้าตามจังหวะ
เป็นภาพที่น่าดู และเร้าใจ ความพร้อมเพรียงและจังหวะของฝีพายเท่านั้นที่เป็นต่อ
เรือที่แล่นฉิวไปตามแม่น้ำขาล่อง เหมือนหนึ่งผู้พายไม่ต้องใช้แรงมากเท่าไรนัก
กระแสชองแม่น้ำจะช่วยผ่อนแรง พาเรือล่องไป
การพายขาขึ้นนั้นดูเหมือนหืดจะขึ้นคอ
แม่น้ำที่มีน้ำหลาก กระแสน้ำค่อนข้างแรง กินแรงให้ฝีพายต้องออกแรงหนักกว่าเดิม
เพื่อให้เรือตัดกระแสน้ำ และทวนขึ้นไปได้

Photobucket - Video and Image Hosting

ผมกำลังคิดถึงภาพในโปสการ์ดแผ่นหนึ่งที่เคยได้รับ
ในภาพมีคนขี่จักรยานขึ้นเนิน
เวลาทำอะไรที่ต้องต้านกับกระแสโลก มันเหนื่อยหนัก ..
เราจะเป็นปลาที่ว่ายตามน้ำ เป็นปลาที่ว่ายทวนน้ำ หรือแม้กระทั่งเป็นปลาที่บินได้
คงต้องเลือกที่จะเป็น และเรียนรู้ในสิ่งที่ตัวเองเป็น เพื่อที่จะเป็นให้ดีที่สุด

Photobucket - Video and Image Hosting

ผมขี่มอ'ไซด์กลับบ้าน มีคนที่รักซ้อนท้ายอยู่ด้านหลัง
ชีวิตธรรมดาๆก็มีความสุข
กลับถึงบ้าน เปิดตู้เย็น ทำกับข้าว คดข้าวสองจาน และนั่งทานด้วยกัน
คุยกันสรรเพเหระ อิ่มก็แยกย้าย
สองชีวิตที่รวมกันเป็นหนึ่งเดียว .. บางเวลา ..
แค่นี้เอง ชีวิต และ ความสุข ..



Friday, October 6

ปลายฝน .. ที่รัก

สวัสดีครับ แม่คุณของผม

ผมมาแล้ว ..
สาวน้อย อย่าร้องไห้เลยนะครับ

เช็ดน้ำตากับชายเสื้อคลุมผมนี่
ผมขอโทษที่มาช้า ..
นั่งลงข้างข้างผมหน่อยนะครับ ผมจะเล่าให้ฟัง

ปีที่ผ่านมา ผมใช้พลังไปมากเหลือเกิน
หลังจากที่คุณไปแล้ว ทิ้งเพียงหยาดฝนเม็ดสุดท้ายไว้ที่ปลายยอดหญ้า
เป็นเช้าที่ฟ้าสีเทา ตัวผมเยือกเย็นลงทุกที จนเป็นไอหมอกลอยตามส่งคุณจนไปไกลลับตา
จิตใจผมไม่เคยปกติอีกเลย .. คุณรู้มั้ย
ใครใครก็ว่ากันว่า ผมเป็นเจ้าชายแห่งสายลมหนาว ที่แสนจะเย็นชา
ตลอดทั้งปีผมไม่เคยพูดกับใคร ไม่เคยยิ้ม จวบจนเมื่อพบคุณ
รอยยิ้มแรกของผม และทุกรอยยิ้ม สำหรับคุณ .. คนเดียว
ปีนี้ผมได้รับจดหมายขณะที่กำลังเดินทางมาหาคุณ

ที่รัก .. ผมเสียใจเหลือเกิน
สายลมเหนือพาผมเดินทางมาจากที่โน่น .. บ้านของผม
ไกลข้ามห้วงสมุทรที่เต็มไปด้วยก้อนน้ำแข็ง ผมเห็นรอยรั่วที่ขอบฟ้า
มีบางสิ่งบางอย่างลอดเข้ามา และผมหายใจไม่ออก
บางทีเจ้าสิ่งนั้นก็ทำให้ผมหมดพลังไปได้อย่างง่ายดาย
ทุกปี ผมสามารถข้ามทะเลน้ำแข็งได้อย่างรวดเร็ว
ตัวผมเบา ปลิวไปพร้อมกับกระแสลม ผมหอบความคิดถึงวิ่งรี่มาหาคุณทุกปี
แต่ปีนี้ผมเหนื่อยแทบขาดใจ ..
บางครั้งเจ้ารอยรั่วนั่นก็ทำให้ผมตัวหนักขึ้นหนักขึ้น จนทนไม่ไหว
ต้องสลายร่างปลิดปลิวก่อนจะมาถึงคุณด้วยซ้ำ ..
.. ผมควบคุมตัวเองไม่ได้เลย ..


ปีนี้อาจจะเป็นปีสุดท้าย ที่เราจะได้พบกัน ..
ผมกลัวเหลือเกินว่าจะเป็นแบบนั้น
คุณรู้สึกบ้างไหมว่าเวลาที่เราพบกันสั้นลงทุกปี
ทั้งคุณและผมต่างก็ต้องรีบไป
นายคิมหันต์เขาแข็งแรงขึ้นทุกวัน แถมมีรอยแยกที่ปรายฟ้าส่งกำลังมาช่วย
แสงที่เขาแผดออกมา เกินกว่าที่ผมจะอดทนไหว
หลายปีมานี้ หลังการแยกจากของเรา
ผมอยู่ได้เพียงแค่ไม่กี่วันเท่านั้นเอง
บางปีศักดิ์ศรีของผมเหลือแค่ .. ลมเย็น
อหังการ์ของเจ้าชายในเสื้อคลุมสีขาวกำลังเสื่อมฤทธา


ผมขอบคุณในความรัก ของคุณความคิดถึง และทุกห่วงใยจากคุณ
ปลายฝน .. ที่รักของผม
ถ้าผมหลงเหลือเพียงแค่สายลมเย็น ..
ถ้าเสื้อคลุมสีขาวของผมโดนเผาไหม้ไปจนหมดสิ้น ..
และถ้าผมหมดเรี่ยวแรงที่จะเดินทางมาหาคุณ แม้เพียงเสี้ยววินาที ..
ที่รัก คุณจะยังรักผมไหม? จะหลงลืมคืนวันอันน้อยนิดระหว่างเรา ฤ เปล่า?


ขณะที่ผมเขียนจดหมายฉบับนี้ ผมยังได้กลิ่นไอของคุณ
ละอองฝนเม็ดใส กระเซ็นตกต้องร่างของผม
บางหยาดหยดของเรา กลั่นรวมกัน หลอมละลายลงสู่พื้นพสุธา ..
.. น้ำตาแห่งการจากพราก .. ร้าง .. ลา


ยังคงรักคุณเสมอ
เจ้าชายแห่งสายลมหนาว ผู้กำลังจะจางหาย ..






จดหมายตอบจากสายลมหนาว

ทีแรกผมคิดว่าจะเขียนง่าย อึมมม์ ปรากฎว่ายากกว่าที่คิดมาก

อาจจะเป็นเพราะวันนี้สมาธิไม่นิ่ง

ผมรู้สึกบีบหัวใจเหลือเกิน

หรือเป็นเพราะผมคิดถึงคู่รัก ที่อาจจะไม่มีวันได้เจอะเจอกันอีก

ทั้งที่เฝ้ารอมานาน แสนนาน

ต่อไปโลกจะเป็นแบบไหน?




Monday, October 2

จดหมายจากปลายฝนถึงต้นหนาว







ฟ้าวันหยุดสุดสัปดาห์

จดหมายจากปลายฝนถึงต้นหนาว







พ่อตัวดีของฉัน


นี่คุณลืมเวลารึเปล่านะคะ หรือมัวไปไถลทักทายแม่ดาวดวงไหนอยู่
ฉันนับเวลารอคุณมาตั้งเกือบปีแล้วนะคะ
ดวงดาวแห่งคันชั่งกำลังจะมาแล้ว คุณเองก็รู้เวลาของเราเหลือน้อยแค่ไหน


ฉันมีเรื่องมากมายที่อยากจะคุยกับคุณ อยากเล่า อยากถาม
ไม่รู้หรือคะว่า ฉันรอ
เจ้าชายแห่งสายลมหนาวของฉัน
ทุกปีคุณมาได้ไม่กี่วันฉันก็ต้องไปแล้ว มันหมดเวลาของฉัน


คุณยังจำปีนั้นได้ไหม ที่เรามัวแต่อ้อยอิ่ง จนหลงลืมเวลา
เสียงบ่นว่า หนาวก็หนาว ฝนก็ตก ผู้คนเดือดร้อนกันมากมาย
นั่นเพียงแค่เราตามใจตัวเองยืดเวลาอยู่ร่วมกันไปแค่ไม่กี่วัน


เฮ้อออออ ..
แล้วแบบนี้จะไม่ให้ฉันต้องบ่นเวลาคุณมาช้าได้อย่างไร ..
รู้มั้ยคุณทำฉันร้องไห้ ..
ฉันเหงาและคิดถึงคุณ ..


ปีนี้ฉันมารอคุณล่วงหน้าตั้งนาน
และแอบหวังว่าความคิดถึงของฉันที่ฝากเมฆน้อยลอยลมไปบอก จะถึงมือคุณ
และทำให้คุณมาเร็วขึ้น แม้เพียงสักวัน
แต่แล้วฉันก็ได้แต่เฝ้ารอ .. ความหวังของฉันกลายเป็นอากาศ ไปแล้วไปลับ ..


ฉันไปผจญภัยมาค่ะ ..
ปีนี้ต้นไม้ใหญ่ถูกตัดจนลดน้อยลงไปกว่าปีที่แล้ว อย่างที่ฉันเคยเล่าให้คุณฟัง
มีคนพยายามปลูกต้นไม้เพิ่มมากขึ้นเหมือนกัน แต่ก็น้อยเหลือเกิน
และที่ร้าย พวกต้นไม้โตไม่ทัน พวกเขายังไม่ทันหยั่งราก ยืนต้นได้อย่างแข็งแรงด้วยซ้ำไป
ฉันไม่อยากทำแบบนี้เลย แต่ฉันก็เลือกไม่ได้ ฉันตกลงสู่พื้นดิน และรวมตัวเป็นกระแสน้ำ
หลากลงสู่ดินแดนของมนุษย์ เมื่อไม่มีต้นไม้ ฉันจนปัญญา ไม่รู้จะซึมลงไปไหนได้ทัน


ฉันร้องไห้หนักขึ้นอีก เมื่อเห็นเรือกสวนไร่นาจมน้ำ
ความรู้สึกยินดีตั้งแต่ฝนแรกตกต้องพื้นดินหายไปไหนหมดไม่รู้
คงเป็นเพราะฉันคิดถึงคุณมากไปจนลืมตัว
พ่อตัวดี การมาช้าของคุณทำให้ผู้คนเดือดร้อนไปทั่ว ((ฉันแอบโทษคุณนิดหน่อย))


พร้อมกับจดหมายฉบับนี้ ฉันอยากบอกคุณว่า
ฉันกำลังจะหมดพลัง อากาศเริ่มแห้งลงทุกวัน แต่ฉันยังไม่ได้กลิ่นสายลมหนาวเลย
ถ้ายังเป็นแบบนี้อยู่ พลังรักที่มีต่อคุณเพียงอย่างเดียว คงไม่อาจทำให้ฉันต้านทานอะไรไหว
บางทีปีนี้อาจจะเป็นปีแรกที่เราไม่ได้พบหน้า ..
300 กว่าวัน 300 กว่าคืน จะกลายเป็นอากาศ ความคิดถึงจากหยาดฝนเม็ดเล็กเล็กอย่างฉัน
คงจะระเหยกลายเป็นไอ ให้ลมร้อนหอบขึ้นไป พักรักษาใจที่ยอดภูสูง
คอยดูเถอะ ทีนี้ฉันจะแกล้งให้คุณต้องลำบากหอบเจ้าเสื้อคลุมสีขาวของคุณ
.. เดินทางไปหาฉันที่ยอดภูโน่น ..
และขอ .. เถอะอีกทีนะพ่อตัวดี .. คุณจะให้ฉันรอเก้ออีกมั้ยนี่ ..


รีบมานะคะ
ปรายฝน .. ผู้หลับตาลงทีไรก็เห็นคุณกับเสื้อคลุมสีขาวพริ้วไหว .. ในสายลม






และเมื่อเวลาผ่านไปฟ้าก็แปรสี

อารมณ์อยากเขียนจดหมายครับ

ปลายฝน ต้นหนาว รอยต่อที่โรแมนติกที่สุดในใจผม

อารมณ์เขียนแทนผู้หญิงน่ะครับ ถ้าไม่ครือก็ขออภัย

ฟ้าสองภาพที่ด้านบนเป็นฟ้าหน้าบ้านผมเอง ต่างช่วงเวลากัน

เช้าและเย็น ภาพล่างฟ้าสีแปลก

สังเกตดีดีจะเห็นเป็นรังสี คล้ายรังสีของพระอาทิตย์เวลาที่เราวาดรูปตอนเป็นเด็กๆ

สองภาพนี้ไม่ได้ปรับแต่งสีใดๆ

.. ยังคงเป็นฟ้าเดียวกัน ..